จนกระทั่งช่วงหลังนี้ ลูกมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวเอง คือ รู้สึกเหมือนกับว่าพลังในตัวค่อยๆ หายไป..หายไป...หายไป โดยลูกไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทั้งๆที่ลูกก็ออกกำลังกายทุกวัน มีร่างกายที่แข็งแรง แต่ทำไมยังรู้สึกว่าขาดพลัง
ดิฉันเคยมีความรู้สึกว่า ทุกครั้งที่ดิฉันต้องตัดสินใจอะไรบางอย่างในชีวิต จะมีคำตอบผุดออกมาจากกลางท้อง มันเป็นความรู้สึกของความมั่นใจและคำตอบเหล่านั้นจะถูกต้องเสมอ ในวัฒนธรรมตะวันตกจะนิยมเรียกสิ่งนี้ว่า Gut Feeling ที่เป็นสัญชาติญาณของการตัดสินใจ แบบ ปิ๊ง คำตอบ โดยไม่ต้องหาเหตุผลในขณะ ปิ๊ง นั้น แต่ที่สำคัญที่สุด คือ ทำไมต้อง ปิ๊ง ออกมาจากกลางท้องด้วย
ตลอดเวลา 3วันที่เราเข้ามานั่งสมาธิ เราไม่ต้องทำอะไรเลย มีความเป็นอยู่ราวกับสวรรค์ กินๆ นั่งๆ นอนๆ ผมชอบมากครับ โดยเฉพาะเวลานั่งสมาธิ พระอาจารย์สอนให้ หายใจให้สุดที่กลางท้อง แล้วปล่อยความรู้สึกไว้ตรงนั้น เมื่อผมทำใจเฉยๆ ใจก็ว่างขึ้นมาเองอย่างช้าๆ จนความว่างเพิ่มปริมาณออกไปจนสุดขอบฟ้า แล้วตรงกลางท้องก็มีประกายแสงสว่างเกิดขึ้นมาเอง
ส่วนโครงงาน Peace for Africa ที่พวกเราจะร่วมกัน นั่งสมาธิ จุดประทีป และลอยโคมสันติภาพนั้น ทีมงานได้กำหนดแน่นอนแล้วว่า เป็น วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2551 โดยจะมีประชาชนทุกสีผิวจากทุกศาสนาและความเชื่อ มานั่งสมาธิร่วมกัน แผ่ขยาย Peace จากภายในออกไปสู่เพื่อนมนุษย์ทุกๆคน
ก่อนจัดงาน เราก็พิจารณาความพร้อมตามหลักพุทธวิธี ซึ่งในบรรดาสัปปายะทั้งสี่ ถ้าเรามีความพร้อมสัก 51% เราก็ตัดสินใจเดินหน้าไปหาความพร้อมอีก 49%เอาข้างหน้า ซึ่งในที่สุด เราก็จะพร้อมพอดีๆ ไม่เหลือไม่ขาด หวุดหวิดๆ ทุกครั้งไป แต่ถ้าเราคิดว่า เรายังจัดไม่ได้ เพราะว่าความพร้อมของเรายังไม่ครบ 100% เราก็คงต้องรอความพร้อมตลอดไป งานก็จะไม่เดิน
สมาธิเป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัวเลย แต่กลับเป็นสิ่งน่าเรียนรู้ ถ้าคุณเปิดใจกว้างให้กับตัวเอง ในการเรียนรู้เส้นทางท่องเที่ยวภายในตัวเรา เราควรเปิดโอกาสให้ตัวเอง ได้เรียนรู้ถึงความพิเศษของตัวเอง ได้ค้นพบตัวตนภายใน ได้ค้นหาความหมาย หรือ นิยามคุณค่าของการดำรงชีวิต
สิ่งที่คอร์ส The Middle Way ให้เรานั้น เกินกว่าการผ่อนคลายมาก เพียงเข้าวันที่สองของคอร์ส 4วัน ดิฉันตัวโล่งว่างเหมือนอากาศ แล้วก็ว่างเท่าอากาศ แล้วใจก็สัมผัสกับศูนย์กลางกายได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาอีกไม่นานโดยไม่คาดคิดมาก่อนก็คือ ดิฉันได้เห็น กรวยหงาย ปรากฏที่ศูนย์กลางกาย ปลายแหลมลงไปข้างล่าง ดิฉันก็เล่าให้พระอาจารย์ฟังค่ะ ท่านก็ยิ้มๆไม่ยอมบอกใบ้อะไรว่า ทำไมดิฉันถึงได้เห็นกรวยหงายที่ศูนย์กลางกาย
จุดสว่างกลางดวงจันทร์ ไม่ได้อยู่แบบไร้ที่อยู่ แต่อยู่ในกลางของความว่างทรงกลมที่ใหญ่มาก ดิฉันสัมผัสได้ถึงขนาดอันใหญ่มหึมาของมัน ใหญ่จนกระทั่งบอกไม่ได้เลยว่า มันมีขอบเขตสุดไปถึงไหน จุดสว่างกลางกายได้นำความรู้สึกสุขสงบที่ท่วมร่างกายทุกส่วน เป็นความสวยงามของชีวิตที่ได้ทำสมาธิ และเห็นดวงจันทร์ภายในศูนย์กลางกาย
ดิฉันได้พบ Landmark ของใจในทรงกลมนั้น โดยการนึกดวงอาทิตย์ขึ้นมาวางไว้ที่นั่น ทันใดนั้น ดิฉันก็ไม่ใช่ทรงกลมอีกต่อไป แต่พบแสงสว่างมากมายเปล่งประกายเจิดจ้า เป็นความรู้สึกที่ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ระหว่างดิฉันและจักรวาล การที่สามารถเห็นดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง และสามารถเห็นใจกลางความสว่างภายใน เป็นสิ่งที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้เลย มันเป็นเหมือนแสงสีขาวสว่างจ้าภายในดวงอาทิตย์
เวลาทำสมาธิ ดิฉันเพียงแค่หลับตาเบาๆแบบไม่ต้องสนิทมาก วางใจไปที่ท้อง ในช่วงเวลาไม่นาน ดิฉันก็จะเห็นแสง ที่มีรูปทรงคล้ายลูกบอล และมันก็เปลี่ยนสี และขนาดไปเรื่อยๆ จากใหญ่ไปเล็ก เล็กไปใหญ่ สลับไปมา สวยงามและสงบมาก จนดิฉันเริ่มร้องไห้